ชนสิทธิบัตรหมดต่อหมด ระหว่าง NETFLIX กับ Disney+ Hotstar

เราจะเห็นได้ชัดว่าในตอนนี้ กระแสของ Disney+ Hotstar ในบ้านเราถือว่าร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว !! เนื่องจากหลาย ๆ คนต่างรีบสมัครแพ็กเกจเพื่อให้ได้รับชมหนังในดวงใจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหนังแนวไหน Disney+ Hotstar ก็ตอบโจทย์ได้ครบ .. แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน อย่าง Netflix

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทั้งสองแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งได้รับการเปรียบเทียบกันในหลายแง่มุม ทั้งในเรื่องของอัตราค่าบริการ และ ภาพยนต์ และ ต่าง ๆ  ซึ่งทั้งสองก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะต่างฝ่ายต่างมีจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจและยังไม่ค่อยมีใครพูดถึง นั่นก็คือ การแข่งกันในด้านของเทคโนโลยี สิทธิบัตร นั่นเอง ! โดย IDG มองเห็นว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าจับตามอง เลยวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ มาให้ทุกคนดูกันค่ะ 

1. ประวัติการยื่นจดสิทธิบัตรย้อนหลัง 20 ปี

ถ้าเปรียบเทียบแนวโน้มการยื่นจดสิทธิบัตรของทั้งสองฝั่งแล้วจะเห็นได้ว่า Disney Enterprises, Inc. (สีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ The Walt Disney ได้มีการยื่นจดสิทธิบัตรอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนปี 2002 ในขณะที่การยื่นจดสิทธิบัตรของ Netflix (สีแดง) เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังจากปี 2009 ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะทั้งสองบริษัทก่อตั้งห่างกันถึง 74 ปี
ดังนั้น กว่า Netflix จะเปลี่ยนจากธุรกิจให้เช่า DVD มาเป็นธุรกิจสตรีมมิ่ง ก็เมื่อปี 2007 นี้เอง แต่จากกราฟจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลา 5 ปีล่าสุดนี้ แนวโน้มการยื่นจดสิทธิบัตรของ Netflix มีจำนวนห่างกับ Disney ไม่ถึง 1 เท่าแล้ว เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเติบโตของบริษัท สำหรับอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมของสิทธิบัตรหรือ Compound Annual Growth Rate (
CAGR) ระหว่างปี 2002 – 2019 ของ Disney อยู่ที่ 3.6% ในขณะที่ CAGR ของ Netflix อยู่ที่ 35.7% ซึ่งตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าทั้งคู่ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง


ตัวอย่างสิทธิบัตร
ตัวอย่างนี้เป็นสิทธิบัตรที่ยื่นจดในปี 2019 และอยู่ในหมวดหมู่การสร้างแอปพลิเคชันที่สามารถตอบโต้กับผู้ใช้งานได้ (interactive applications) ซึ่งทั้ง Disney และ Netflix ต่างก็พัฒนานวัตกรรมที่แตกต่างกัน

  • Disney มีสิทธิบัตรชื่อ “Cloud-based image rendering for video stream enrichment” เป็นการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งานกับเนื้อหาของวิดีโอที่จะแสดง เช่น ในระหว่างการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล จะมีการให้ผู้ใช้งานระบุทีมที่เชียร์ จากนั้นอาจมีการแสดงโลโก้หรือสีของทีมที่เชียร์มาซ้อนทับกับวิดีโอที่กำลังสตรีม 
  • Netflix มีสิทธิบัตรชื่อ “Techniques for advancing playback of interactive media titles in response to user selections” เกี่ยวกับการพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถตอบสนองกับการเลือกของผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิด advances playback ซึ่งจะทำให้การเลือกใช้เวลาน้อยที่สุดและผู้ใช้งานยังคงดื่มด่ำกับคอนเทนต์ที่กำลังเสพได้อยู่

2. เปรียบเทียบหมวดหมู่ของเทคโนโลยี

สิทธิบัตรแต่ละฉบับจะมีการจัดกลุ่มสาขาเทคนิคที่ใช้ด้วยสัญลักษณ์จำแนกการประดิษฐ์สากลหรือ IPC (International Patent Classification) ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WIPO ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบ IPC ที่พัฒนามากที่สุด 10 อันดับแรก จะสะท้อนให้เห็นว่า Disney และ Netflix ต่างมีจุดเด่นของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างกัน

สาขาเทคโนโลยีที่พัฒนาใกล้เคียงกัน
จากกราฟจะเห็นได้ว่าสิทธิบัตรที่อยู่ในสาขา Selective content distribution หรือการกระจายเนื้อหาแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการหรือระบบที่ใช้สำหรับการกระจายวิดีโอในเชิงโต้ตอบ (interactive video contribution) เช่น การเข้าถึงวิดีโอจากผู้ใช้งาน ในที่นี้คือการเข้าถึงวิดีโอผ่านระบบสตรีมมิ่งที่ทั้ง Disney และ Netflix ได้พัฒนาเทคโนโลยีและจดสิทธิบัตรในสาขาเทคนิคนี้ใกล้เคียงกัน

สาขาเทคโนโลยีที่ Disney โดดเด่น
สาขาเทคนิคที่ Disney จดสิทธิบัตรมากกว่า Netflix อย่างเห็นได้ชัด (กรอบสีเหลือง) จะมีทั้งหมด 6 กลุ่มด้วยกัน ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นเรื่องการประมวลผลข้อมูล หรือ data processing โดยทั้ง 6 กลุ่มที่ว่าก็คือ

สาขาเทคนิค

เกี่ยวข้องกับ

1. Input and Output arrangement

การจัดเตรียม input สำหรับการถ่ายโอนข้อมูล เพื่อการประมวลผลในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถจัดการได้ และการจัดเตรียม output สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลจากหน่วยประมวลผลไปยัง output unit เช่น interface arrangements

2. Digital computing or data processing

อุปกรณ์หรือวิธีการคำนวณในรูปแบบดิจิทัล รวมถึงการประมวลผลข้อมูล เช่น การดึงข้อมูลหรือการใช้ข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน (database structures) เพื่อนำมาประมวลผลและดัดแปลงให้มีฟังก์ชันการใช้งานแบบพิเศษ

3. Details of television systems

ระบบของโทรทัศน์ ทั้งเรื่องของการสแกน และการรวมระบบกับการสร้างแรงดันไฟฟ้า (supply voltages)

4. Video games

วิดีโอเกม เช่น เกมที่ใช้จอแสดงผลที่สร้างขึ้นด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ 2 มิติขึ้นไป

5. Television systems

ระบบของโทรทัศน์ รวมถึงวิธีการหรือการเตรียมการสำหรับการเข้ารหัส (coding), การถอดรหัส (decoding), การบีบอัดหรือการขยายสัญญาณของวิดีโอดิจิทัล (compressing or decompressing digital video signals)

6. Recognizing patterns

วิธีการสำหรับการอ่านหรือการจดจำตัวอักษรที่พิมพ์หรือเขียน รวมถึงการจดจำลายนิ้วมือ

 

สาขาเทคโนโลยีที่ Netflix โดดเด่น
สาขาเทคนิคในสิทธิบัตรที่ Netflix มีความโดดเด่นมากกว่า Disney คือสาขา Coding, decoding, decompressing signals ซึ่งจะเป็นสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการสำหรับเข้ารหัส ถอดรหัส รวมถึงการบีบอัดหรือการขยายสัญญาณวิดีโอดิจิทัล

3. สิทธิบัตรที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัท
หากจะพูดว่าท่าไม้ตายของแต่ละบริษัทเป็นอะไร การดูสิทธิบัตรที่ได้รับการอ้างอิงถึงมากที่สุดก็สามารถใช้เป็นตัววัดได้เช่นกัน ตัวอย่างจากสิทธิบัตรของ Disney ที่มีชื่อว่า “Set top device for targeted electronic insertion of indicia into video” ได้รับการอ้างอิงมากถึง 877 ครั้ง ซึ่งการประดิษฐ์นี้ จะเกี่ยวกับวิธีการแทรกตัวบ่งชี้ที่ไม่ระบุชื่อ (anonymous indicia) เข้าไปในวิดีโอที่ออกอากาศ (video broadcasts) เพื่อเก็บข้อมูลการรับชมโทรทัศน์หรืออุปกรณ์การรับชมวิดีโออื่น ๆ โดยระบบและวิธีการนี้ จะทำให้ผู้โฆษณาสามารถกำหนดโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายได้แบบเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

สำหรับสิทธิบัตรของ Netflix ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีการถูกอ้างถึงไปแล้วกว่า 108 ครั้ง ภายใต้การประดิษฐ์ชื่อ “Secure communication channel with token renewal mechanism” เกี่ยวกับการสร้างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server machine) ที่สามารถปรับแต่งได้เพื่อสร้างช่องทางการสื่อสารอย่างปลอดภัยกับเครื่องของลูกค้า (Client machine)

สิทธิบัตรเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ? ใครที่อยากรู้สิทธิบัตรอื่น ๆ ของทั้งสองบริษัทนี้
สามารถกรอกอีเมลด้านล่างเพื่อขอรับตัวอย่างสิทธิบัตรอื่น ๆ ของทั้ง Disney และ Netflix ที่เราคัดสรรมาให้แล้ว

สิทธิบัตรกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาธุรกิจ

IDG มีความเชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของคุณ

 ติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียด

ทีมวิเคราะห์สิทธิบัตร

Tel : 02-0117161 ต่อ 302

Line : @idgthailand

E-mail : Pattaraporn.srg@idgthailand.com

Share this.
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •